
Spring vs Swing ต่างกันยังไง? หน้างานแบบไหน “ชนะขาด”? 

ถ้าพูดถึง Check Valve หลายคนอาจคิดว่า
“ก็แค่วาล์วกันไหลย้อนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
เพราะ Spring Check Valve และ Swing Check Valve แม้จะมีหน้าที่เหมือนกัน คือ ป้องกันการไหลย้อนกลับ (Backflow) แต่กลไกการทำงาน, Pressure Drop, ทิศทางติดตั้ง และลักษณะงานที่เหมาะสม แตกต่างกันพอสมควร
ใช้ Spring ดันแผ่นวาล์วให้ปิด
เมื่อมี Flow ไหลไปตามทิศทางที่ถูกต้อง
เมื่อ Flow ลดลงหรือมีแนวโน้มไหลย้อน
ใช้ Disc ที่ติดอยู่กับบานพับ (Hinge)
เมื่อมี Flow
เมื่อ Flow ลดลง
จึงเป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างเรียบง่าย และเหมาะกับงานที่ต้องการทางเดิน Flow ที่ดี
นี่คืออีกจุดที่ต้องดู!
โดยทั่วไป Pressure Drop มีแนวโน้มสูงกว่า
เพราะมี Spring + โครงสร้างภายใน ที่เพิ่มความต้านทานการไหล
โดยทั่วไป Pressure Drop ต่ำกว่า
เพราะทางเดินของ Flow ค่อนข้างเปิด และไม่มี Spring มาต้านการไหลโดยตรง
เรื่องนี้หลายคนพลาด 
แนวนอน (Horizontal)
และ
แนวตั้ง (Vertical)
แต่ต้องตรวจสอบ Datasheet ของรุ่นนั้น ๆ และทิศทาง Flow ที่ผู้ผลิตกำหนดเสมอ
โดยทั่วไปต้องติดตั้ง แนวนอน เพื่อให้ Disc และ Hinge ทำงานตามหลักการออกแบบ
ต้องดูด้วยว่า พื้นที่หน้างานติดตั้งในทิศทางไหน
เนื่องจากมีโครงสร้างและกลไก Spring เพิ่มเข้ามา
โครงสร้างเรียบง่าย และมีชิ้นส่วนกลไกไม่ซับซ้อนมาก
แต่…
อย่าเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว!
เพราะ Check Valve ที่ราคาถูกกว่า แต่ไม่เหมาะกับระบบ อาจทำให้เกิดปัญหา Pressure Drop, Backflow หรือ Maintenance ตามมาได้
ตัวอย่างงาน:
ระบบแรงดันสูง, ระบบที่ต้องป้องกันการไหลย้อนอย่างรวดเร็ว และงานที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้ง
ตัวอย่างงาน:
แต่ไม่มีตัวไหน “ดีที่สุดสำหรับทุกหน้างาน”
Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์ Pinpoint Instrument+สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 / Line : @pinpointt / www.pinpointinstrument.co.th / www.วาล์วโรงงาน.com
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า valve วาล์วและเครื่องมือวัด วาล์วโรงงาน
Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์ Pinpoint Instrument
