
Pressure Gauge เกจวัดแรงดัน 0-10 Bar 0-150 PSI คืออะไร วิธีอ่านค่าและเลือกใช้งานให้เหมาะกับหน้างาน
Pressure Gauge หรือ เพรสเชอร์เกจ เป็นเครื่องมือวัดแรงดันที่มีความสำคัญในระบบท่อ เครื่องจักร และกระบวนการผลิตในโรงงาน เพราะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจสอบแรงดันของระบบได้โดยตรงจากหน้าปัด
สำหรับ Pressure Gauge ที่แสดงในภาพ เป็นเกจแบบเข็มที่มี 2 หน่วยบนหน้าปัด ได้แก่ Bar และ PSI ทำให้สามารถอ่านค่าความดันได้ทั้งระบบเมตริกที่นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรม และหน่วย PSI ที่พบได้บ่อยในระบบเครื่องจักร ระบบลม และอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ
หน้าปัดตัวอย่างมีช่วงการวัดประมาณ 0–10 Bar และ 0–150 PSI จึงเหมาะสำหรับนำไปใช้กับระบบที่มีแรงดันอยู่ในช่วงดังกล่าว โดยการเลือกใช้งานจริงควรพิจารณาแรงดันใช้งานสูงสุด ลักษณะของของไหล อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมของหน้างานร่วมด้วย
Pressure Gauge คืออะไร?
Pressure Gauge คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับ วัดและแสดงค่าความดันของของไหลหรือก๊าซในระบบ
หลักการทำงานของ Pressure Gauge แบบเข็มที่พบได้ทั่วไป อาศัยการเปลี่ยนรูปของชิ้นส่วนรับแรงดัน เช่น Bourdon Tube เมื่อมีแรงดันเข้าสู่ระบบ ชิ้นส่วนดังกล่าวจะเกิดการเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อย จากนั้นกลไกภายในจะถ่ายทอดการเคลื่อนที่ไปยังเข็ม ทำให้เข็มหมุนไปยังตำแหน่งต่าง ๆ บนหน้าปัด
ดังนั้น แม้ Pressure Gauge จะไม่มีหน้าจออิเล็กทรอนิกส์หรือแหล่งจ่ายไฟ แต่ก็สามารถแสดงค่าความดันได้ด้วยกลไกทางกล
Pressure Gauge 0-10 Bar หมายถึงอะไร?
คำว่า 0-10 Bar หมายถึงช่วงการวัดของเกจ ตั้งแต่
0 Bar → 10 Bar
โดย 0 Bar อยู่บริเวณจุดเริ่มต้นของสเกล และ 10 Bar อยู่บริเวณปลายสเกล
ตัวอย่างเช่น หากเข็มชี้ที่
- 2 Bar = แรงดันประมาณ 2 Bar
- 5 Bar = แรงดันประมาณ 5 Bar
- 8 Bar = แรงดันประมาณ 8 Bar
- 10 Bar = แรงดันถึงปลายช่วงการวัด
อย่างไรก็ตาม หากระบบมีแรงดันใช้งานใกล้กับค่าปลายสเกลเป็นประจำ ควรพิจารณาเลือก Range ที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้มี Margin สำหรับแรงดันที่อาจเพิ่มขึ้นหรือเกิด Pressure Spike
150 PSI เท่ากับกี่ Bar?
บนหน้าปัด Pressure Gauge แบบ Dual Scale มักมีทั้ง Bar และ PSI เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกอ่านหน่วยที่ต้องการได้
สำหรับเกจช่วง
0–10 Bar ≈ 0–150 PSI
ค่าประมาณที่ควรรู้คือ
| Bar | PSI โดยประมาณ |
|---|---|
| 1 Bar | 14.5 PSI |
| 2 Bar | 29 PSI |
| 3 Bar | 43.5 PSI |
| 4 Bar | 58 PSI |
| 5 Bar | 72.5 PSI |
| 6 Bar | 87 PSI |
| 7 Bar | 101.5 PSI |
| 8 Bar | 116 PSI |
| 9 Bar | 130.5 PSI |
| 10 Bar | 145 PSI |
หมายเหตุ: ค่าการแปลงเป็นค่าประมาณ และ 10 Bar มีค่าเท่ากับประมาณ 145.04 PSI ดังนั้นหน้าปัดบางรุ่นอาจใช้ช่วง PSI ที่ใกล้เคียง 150 PSI ตามการออกแบบสเกล
วิธีอ่านค่า Pressure Gauge แบบ Bar และ PSI
การอ่านค่าเกจแบบ 2 หน่วยไม่ยาก แต่ต้องระวังไม่อ่านผิดสเกล
ขั้นตอนที่ 1 ดูหน่วยก่อน
บริเวณหน้าปัดจะมีระบุหน่วย เช่น
BAR
PSI
ให้เลือกสเกลตามหน่วยที่ต้องการใช้งาน
ขั้นตอนที่ 2 ดูตำแหน่งของเข็ม
สังเกตว่าเข็มชี้ตรงกับตัวเลขหรือขีดใด
ขั้นตอนที่ 3 เลือกสเกลให้ถูก
หากต้องการอ่านเป็น Bar ให้ดูสเกล Bar
หากต้องการอ่านเป็น PSI ให้ดูสเกล PSI
ตัวอย่าง
หากเข็มอยู่บริเวณ 5 Bar ก็สามารถอ่านค่าในสเกล PSI ได้ประมาณ 72.5 PSI
การอ่านค่าจากหน้าปัดแบบ Dual Scale จึงช่วยลดความจำเป็นในการแปลงหน่วยด้วยตัวเอง
ทำไม Pressure Gauge ต้องมีหลายหน่วย?
ในงานอุตสาหกรรมแต่ละเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อาจกำหนดหน่วยแรงดันแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
Bar
นิยมใช้ในงานระบบอุตสาหกรรม ระบบน้ำ ระบบลม และระบบเครื่องจักรจำนวนมาก
PSI
พบได้บ่อยในระบบที่อ้างอิงมาตรฐานหรืออุปกรณ์จากสหรัฐอเมริกา รวมถึงงาน Pneumatic และ Hydraulic บางประเภท
การมีทั้ง Bar และ PSI บนหน้าปัดเดียวจึงช่วยให้ช่างและวิศวกรสามารถตรวจสอบค่าความดันได้สะดวกมากขึ้น
วิธีเลือก Pressure Range ให้เหมาะกับหน้างาน
การเลือก Pressure Range เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ควรเลือกจากราคา หรือเลือกจากขนาดหน้าปัดเพียงอย่างเดียว
ควรเริ่มจากการตรวจสอบว่า
ระบบมีแรงดันใช้งานเท่าไร?
ตัวอย่างเช่น
หากระบบทำงานอยู่ประมาณ 5 Bar และมีโอกาสเกิดแรงดันกระชาก ควรเลือกเกจที่มีช่วงการวัดสูงกว่าแรงดันใช้งานตามความเหมาะสม แทนการเลือกเกจที่มี Full Scale เท่ากับแรงดันใช้งานพอดี
ในทางกลับกัน หากนำเกจที่ Range สูงมากเกินไปมาใช้กับระบบแรงดันต่ำ เข็มจะขยับเพียงเล็กน้อย ทำให้การอ่านค่าละเอียดทำได้ยากขึ้น
ดังนั้นการเลือก Range ควรพิจารณาทั้ง
Operating Pressure + Pressure Fluctuation + Safety Margin
Pressure Gauge ใช้กับงานอะไรได้บ้าง?
Pressure Gauge สามารถพบได้ในระบบหลากหลายประเภท เช่น
ระบบน้ำ
ใช้ตรวจสอบแรงดันในระบบปั๊มน้ำ ระบบจ่ายน้ำ และระบบท่อ
ระบบลม
ใช้ตรวจสอบแรงดันของ Compressed Air และระบบ Pneumatic
ระบบปั๊ม
ใช้ดูแรงดันทางด้านดูดหรือด้านจ่ายของปั๊มตามการออกแบบระบบ
ระบบ Compressor
ใช้ตรวจสอบแรงดันของระบบอัดอากาศหรือก๊าซ
ระบบ Hydraulic
ใช้ตรวจสอบแรงดันในระบบไฮดรอลิก ซึ่งต้องเลือก Pressure Gauge ให้เหมาะสมกับแรงดันและสภาพการใช้งาน
ระบบอุตสาหกรรม
ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับ Monitoring กระบวนการผลิตและตรวจสอบความผิดปกติของระบบ
Pressure Gauge ติดตั้งตรงไหนได้บ้าง?
ตำแหน่งติดตั้งขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบและจุดที่ต้องการตรวจวัด
ตัวอย่างเช่น
- หน้า Pump
- หลัง Pump
- หน้า Compressor
- หลัง Compressor
- Main Pipeline
- ระบบ Pneumatic
- ระบบ Hydraulic
- ระบบ Steam
- ระบบ Process
การติดตั้งควรเลือกตำแหน่งที่สามารถอ่านค่าได้ง่าย และต้องคำนึงถึงอุณหภูมิ แรงสั่นสะเทือน การกัดกร่อน และแรงดันของระบบ
ข้อควรระวังในการใช้ Pressure Gauge
แม้ Pressure Gauge จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย แต่การเลือกและติดตั้งไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนหรือความเสียหายได้
1. ไม่ควรใช้งานเกิน Pressure Range
หากระบบมีแรงดันสูงกว่าช่วงที่เกจกำหนด อาจทำให้กลไกภายในเสียหาย
2. ระวังแรงสั่นสะเทือน
หากติดตั้งใกล้ Pump หรือ Compressor ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง ควรเลือกเกจให้เหมาะกับสภาพหน้างาน
3. ระวัง Pressure Pulsation
แรงดันที่ขึ้นลงอย่างรวดเร็วอาจทำให้เข็มสั่นและส่งผลต่ออายุการใช้งานของกลไก
4. ตรวจสอบ Connection
ต้องเลือกขนาดและชนิดเกลียวให้ตรงกับระบบ เช่น NPT, BSPT หรือมาตรฐานอื่น ๆ
5. ตรวจสอบของไหล
วัสดุของส่วนที่สัมผัสกับของไหลต้องเหมาะสมกับ Medium ที่ใช้
Pressure Gauge แบบแห้งกับแบบเติมน้ำมันต่างกันอย่างไร?
Pressure Gauge มีทั้งแบบ Dry Type และ Liquid Filled Type
Dry Type
เป็นเกจที่ไม่มีของเหลวเติมอยู่ภายในตัวเรือน เหมาะกับงานทั่วไปที่สภาพแวดล้อมไม่สั่นสะเทือนมาก
Liquid Filled Type
ภายในตัวเรือนมีของเหลว เช่น Glycerin หรือ Silicone Oil ช่วยลดการสั่นของเข็มและช่วยให้การอ่านค่าในสภาพที่มีแรงสั่นสะเทือนทำได้ง่ายขึ้น
หากติดตั้ง Pressure Gauge บริเวณ Pump หรือ Compressor ที่มี Vibration หรือ Pressure Pulsation ควรพิจารณาเกจแบบ Liquid Filled ตามความเหมาะสมของหน้างาน
ก่อนสั่งซื้อ Pressure Gauge ต้องแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
เพื่อให้เลือกเกจได้ตรงกับการใช้งาน ควรเตรียมข้อมูลดังนี้
1. Pressure Range
เช่น 0–10 Bar
2. Unit
เช่น Bar / PSI / MPa
3. Dial Size
เช่น 2″, 2.5″, 3″, 4″
4. Connection Size
เช่น 1/4″, 1/2″
5. Thread Type
เช่น NPT / BSPT / BSPP
6. Connection Position
เช่น Bottom หรือ Back Connection
7. Medium
น้ำ / ลม / น้ำมัน / ก๊าซ / สารเคมี
8. Temperature
9. สภาพหน้างาน
มี Vibration หรือ Pulsation หรือไม่
10. ต้องการ Liquid Filled หรือไม่
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้การเลือก Pressure Gauge มีความเหมาะสมมากขึ้น
สรุป Pressure Gauge 0-10 Bar / 0-150 PSI
Pressure Gauge 0-10 Bar / 0-150 PSI เป็นเกจวัดแรงดันที่สามารถแสดงค่าความดันได้มากกว่าหนึ่งหน่วยในหน้าปัดเดียว ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบแรงดันของระบบได้สะดวกทั้งในหน่วย Bar และ PSI
อย่างไรก็ตาม การเลือก Pressure Gauge ที่ดีไม่ควรดูเพียง Range เท่านั้น แต่ควรพิจารณา แรงดันใช้งานจริง ชนิดของของไหล อุณหภูมิ Connection ขนาดหน้าปัด แรงสั่นสะเทือน และ Pressure Pulsation ร่วมกัน
หากเลือกเกจให้ตรงกับสภาพหน้างาน จะช่วยให้การอ่านค่าแรงดันมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถติดตามความผิดปกติของระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
PINPOINT INSTRUMENT ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือวัดสำหรับงานอุตสาหกรรม
PINPOINT INSTRUMENT ให้บริการด้านเครื่องมือวัดและอุปกรณ์สำหรับระบบอุตสาหกรรม เช่น
🔵 Pressure Gauge – เกจวัดแรงดัน
🔵 Flow Meter – เครื่องวัดอัตราการไหล
🔵 Valve – วาล์วอุตสาหกรรม
🔵 Industrial Instrument – เครื่องมือวัดและควบคุม
หากไม่แน่ใจว่าหน้างานควรใช้ Pressure Gauge Range เท่าไร หรือควรเลือก Connection แบบไหน สามารถส่งรายละเอียดการใช้งานมาให้ทีมงานช่วยพิจารณาเบื้องต้นได้
📞 089-612-8998
📞 095-369-5694
📞 06-2779-2241
📱 LINE ID: @PINPOINTT
🌐 www.pinpointinstrument.co.th
